ทปอ.หนุนอาจารย์มีสิทธิเสรีภาพ

วันที่ 21ธ.ค. 2557 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า รักษาการประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ทปอ. ว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีนักวิชาการ 201 คนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทปอ. ออกมาปกป้องเสรีภาพทางวิชาการ และมีมติเห็นว่าโดยหลักการมหาวิทยาลัยสนับสนุนการมีสิทธิเสรีภาพทางวิชาการในการแสดงความคิดเห็นของชาวอุดมศึกษา ส่วนการแสดงความคิดเห็นจะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันที่จะเปิดกว้าง อย่างไรก็ตามการแสดงความคิดเห็นใดๆ จะต้องอยู่ภายใต้บริบทแและเกิดประโยชน์มากที่สุดกับประเทศ และผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นจะต้องมีความรับผิดต่อความคิดเห็นของตนเองด้วย

"ผมไม่อยากให้ชาวมหาวิทยาลัยต้องมากังวลเรื่องการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ แม้ว่าอธิการบดีหลายแห่ง จะไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แสะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่ก็ยังเป็นนักวิชาการและไม่ได้ถูกครอบงำจากรัฐบาลหรือทหาร ทุกคนมาทำงานเพื่อใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง"รศ.ดร.ประดิษฐ์ และว่า ส่วนที่มีกระแสให้ยกเลิกกฎอัยการนั้น ส่วนตัวเห็นว่าการยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่ จะคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพทางวิชาการอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูบริบทภาพรวม และสิ่งที่จะเกิดขึ้น รวมถึงผลที่จะตามมาว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากน้อยแค่ไหน

รศ.ดร.ประดิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงอุดมศึกษา และร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) และมีมติยืนยันที่จะขอแยกงานการอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยจัดตั้งเป็นกระทรวงใหม่ เรียกว่ากระทรวงการอุดมศึกษา เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน หลังจากนี้จะเร่งผลักดันร่างกฎหมายผ่านทางอธิการบดีที่เป็น สนช. และ สปช. นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติเลือก ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) ให้ดำรงตำแหน่ง ประธาน ทปอ. แทน ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตประธาน ทปอ.ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข มีผลวันที่ 1มกราคม 2558

ด้าน ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะคณะทำงานยกร่างกฎหมายแยกกระทรวง กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ มีข้อสรุปให้ตัดงานวิจัยออกจากกระทรวงอุดมศึกษาที่ตั้งใหม่ จากเดิมจะได้เป็นกระทรวงอุดมศึกษาและการวิจัย และให้มีการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ รมว.กระทรวงใหม่ เช่น เดิมให้อำนาจรัฐมนตรีตั้งภาควิชา ซึ่งในสภาพความเป็นจริงแล้วเป็นอำนาจของมหาวิทยาลัย จึงแก้ไขให้เป็นอำนาจของมหาวิทยาลัยตามเดิม ส่วนโครงสร้างของกระทรวงการอุดมศึกษานั้น เดิมกำหนดให้มีหน่วยงานกลางคือ สำนักงานปลัดกระทรวง และมหาวิทยาลัย แต่ ทปอ.เสนอว่า ควรมีหน่วยงานกลางทำหน้าที่เชื่อมระหว่างสำนักงานปลัดกับมหาวิทยาลัย อาทิ กรมวิจัย และกรมที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการประเมินคุณภาพการศึกษาในลักษณะเดียวกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. สำหรับอุดมศึกษาเฉพาะ..

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์

ฐานข้อมูลเพื่อการค้นคว้า


หมายเหตุ; ฐานข้อมูลบางประเภทต้องใช้ภายในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเท่านั้น 
หากต้องการใช้งานจากภายนอก โปรดศึกษาวิธี การเชื่อมต่อนอกเครือข่าย

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

544946
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
30
37
250
544458
892
1951
544946

Your IP: 54.198.118.197
Server Time: 2017-06-23 05:05:42